Yonex vs Li-Ning 2026: เลือกคู่ไหนให้เข้ากับฟุตเวิร์กและ Court Look ของคุณ
Yonex vs Li-Ning Badminton Shoes 2026: Which Brand Wins for Badminton Players?

Yonex vs Li-Ning 2026: เลือกคู่ไหนให้เข้ากับฟุตเวิร์กและ Court Look ของคุณ
เมื่อ รองเท้าแบดมินตัน ยุคนี้ไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องความนุ่ม แต่ต้องตอบโจทย์ทั้งฟุตเวิร์กบนคอร์ทและสไตล์การแต่งตัว ศึก Yonex vs Li-Ning ปี 2026 จึงสูสีขึ้นกว่าเดิม ฝั่ง Yonex 65Z4 ได้เปรียบเรื่อง Fit ที่มีให้เลือกถึง 4 ทรง ส่วน Li-Ning Blade Pro มาเต็มทั้ง Cushion, Support และสีสปอร์ตโดดเด่น สุดท้ายคู่ไหนจะชนะ ต้องดูทั้งรูปเท้า เกมที่เล่น และลุคที่อยากพาเข้าสนาม

ฟุตเวิร์กต้องได้ สไตล์ในคอร์ทต้องพุ่ง
ชุดพร้อม ไม้พร้อม แต่ถ้ารองเท้าดันหลุดมู้ดตั้งแต่เดินเข้าสนาม เซตติ้งที่ตั้งใจแต่งมาทั้งหมดก็คงเหมือนขาดชิ้นสำคัญไปเฉย ๆ บอกเลยว่าเด็กคอร์ทยุค 2026 สนุกกับการเลือก ‘รองเท้าแบดมินตัน’ มากกว่านั้นเยอะ เพราะรองเท้าคู่เดียวต้องรับศึกหนักทั้ง Split Step, พุ่งรับหน้าเน็ต, ถอยไปถอยมารับลูกท้ายคอร์ท แล้วเทคตัวลงมาจาก Jump Smash โดยไม่ปล่อยให้เท้าไหลสไลด์อยู่ข้างใน ขณะเดียวกัน เรื่องโทนสีและรูปทรงก็ต้องแมตช์เข้ากันได้ดีกับเสื้อ กางเกง ถุงเท้า หรือแม้แต่กระเป๋าที่ถือมา เพราะจะว่าไปแล้ว รองเท้าที่อยู่ล่างสุดของ outfit กลับเป็นชิ้นที่โดดเด่นเตะตาที่สุดทุกครั้งที่คุณเคลื่อนที่บนพื้นสนาม
เรื่องนี้เป็นจังหวะที่ต่อยอดมาจาก Court Culture ที่ แอปสะสม เคยเล่าไว้ในไกด์ Yonex ปี 2026 ว่าทั้งไม้ กระเป๋า และ รองเท้าแบด ยุคนี้เริ่มถูกจับมาคัสตอมลุคให้เข้ากันเหมือนการจัดชุด OOTD มากกว่าจะมองเป็นแค่ของใช้งานแยกชิ้นเหมือนเมื่อก่อน เพราะเอาเข้าจริงแล้ว การหาคำตอบว่า รองเท้าแบด Li-Ning กับ Yonex ยี่ห้อไหนดี ในรอบนี้ คงไม่ได้วัดกันแค่เทคโนโลยีบนป้ายกล่อง แต่ต้องมองไปตั้งแต่เรื่อง Fit ฟีลลิ่งตอนเคลื่อนที่ ไปจนถึงภาพรวมเมื่อสวมใส่คู่กับชุดจริงในสนาม เพราะของที่ใช่จริง ๆ ควรจะเสริมทั้งฟุตเวิร์กและความมั่นใจให้มาพร้อม ๆ กัน โดยไม่ต้องยอมแลกอย่างใดอย่างหนึ่งทิ้งไป

Yonex 65Z4 คลีนคลาสสิก ตอบโจทย์ Fit ทุกรูปเท้า
สำหรับสายคลีน พอได้เห็น Yonex 65Z4 สี Wide White ก็มีสิทธิ์ที่จะหยุดมองตั้งแต่ยังไม่ทันได้ผูกเชือก ด้วยความขาวล้วนที่ตัดกับโลโก้ Yonex อย่างพอดี ให้ Vibe แบบ Court Shoes คลาสสิกที่ไม่ต้องประโคมสีเยอะก็ยังดูมีรสนิยม ซึ่งคู่นี้เป็น Colorway ที่มี Listing อยู่บน SASOM จริง ณ ตอนนี้ โดยรายการ Yonex Power Cushion 65 Z 4 Wide White แสดงราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4,490 บาท ณ วันที่ทำการตรวจสอบ แต่ทว่าทีเด็ดที่ซ่อนอยู่ใต้ความเรียบง่ายของ Yonex 65Z4 คือการแก้โจทย์เรื่องโครงสร้างอย่างจริงจัง เพราะรุ่นล่าสุดนี้แยก Fit ออกเป็น Slim, Women, Men และ Wide ชัดเจน พร้อม Inner Bootie โครงชิ้นเดียว Seamless Upper และปรับโครงพื้นให้งอรับกับการเคลื่อนที่ได้ดีขึ้น ส่งผลให้คนหน้าเท้าแคบและคนหน้าเท้ากว้าง ไม่ต้องฝืนยัดเท้าตัวเองเข้ากับทรง Standard แบบเดิม ๆ อีกต่อไป
ต่อให้รองเท้าจะดูคลีนแค่ไหน แต่ถ้าใส่แล้วฟิตไม่เข้ากับรูปเท้า ทุกอย่างก็จบลงตั้งแต่เกมแรก และนี่เองคือจุดที่ทำให้ 65Z4 สถาปนาตัวเองเป็นรองเท้าสาย All-around ที่มีดีมากกว่าแค่คำโฆษณา แน่นอนว่า Yonex ยังคงใส่ POWER CUSHION+ และ Power Graphite Lite เข้ามาช่วยเรื่องการซับแรงกระแทกและความมั่นคงตอน Landing แต่ก็ไม่ได้ดีไซน์รองเท้าให้ออกมาหนักไปทางสายบุกหรือสายสปีดจนเสียสมดุล ดังนั้น ใครที่วันนี้ต้องเล่นคู่หน้าเน็ต พรุ่งนี้เปลี่ยนไปเล่นเดี่ยว หรือวันถัดไปมีคิวตีเกมยาวกับก๊วน ก็ยังสามารถลุยต่อด้วยคู่เดิมได้สบาย ๆ จุดนี้เลยทำให้ Yonex 65Z4 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเลือกจาก “ทรงเท้าที่ใช่” ก่อน แล้วค่อยเลือกว่าชอบฟีลสัมผัสพื้นแบบไหน มากกว่าการซื้อตามนักกีฬาคนโปรดแล้วได้แต่หวังว่าเท้าตัวเองจะเข้ากับรองเท้าได้เองในภายหลัง

Li-Ning Blade Pro ลุคสปอร์ตเข้ม ซัพพอร์ตแน่นเต็มเท้า
ขยับมาฝั่ง Li-Ning Blade Pro มู้ดเปลี่ยนทันทีจากความขาวคลีนไปเป็น White/Black ที่มีคอนทราสต์ชัดกว่า ตัวรองเท้าใช้ฐานสีขาวตัดกับรายละเอียดสีดำอย่างลงตัว ทำให้ลุคยังแมตช์ง่าย แต่ดูสปอร์ตและมีน้ำหนักมากกว่ารองเท้าขาวล้วนธรรมดา ยิ่งเมื่อลงไปอยู่บนคอร์ทสีเขียวหรือสีน้ำเงินก็ยิ่งขับให้ตัวรองเท้าโดดเด่นพุ่งออกมาทันที เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบแต่งตัวคุมโทนเรียบ ๆ แล้วปล่อยให้รองเท้ารับบทเป็นตัวชูโรง บอกเลยว่า Blade Pro ให้ความสนุกในการแต่งตัวมากกว่า 65Z4 อย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มวอร์ม ส่วนเรื่องทรงรองเท้ามาตรฐาน EG2.5 นั้น ทาง Li-Ning Europe ระบุไว้ว่าค่อนข้างแคบ ดังนั้นคนที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้างจึงควรลองวัด Fit หรือเทียบความยาวเท้าให้ชัวร์ก่อนกดเลือกไซส์
แต่ก็นั่นแหละ แค่สีเด่นอย่างเดียวคงไม่พอที่จะทำให้สายแบดมินตันยอมรับให้เป็นคู่ใจสนาม เพราะภายใต้พื้นของ Blade Pro นัดนี้จัดเทคโนโลยีมาแน่น ๆ ไม่แพ้หน้าตา โดย Li-Ning Blade Pro วางระบบซัพพอร์ตมาเป็นชั้น ๆ เริ่มตั้งแต่ BOOM Midsole ที่เข้ามาช่วยเรื่องการรับแรงกระแทกและคืนตัว, BOUNSE+ ที่ช่วยเพิ่มแรงส่งบริเวณหน้าเท้า, Li-Ning Cloud ที่เสริม Cushion ให้นุ่มสบาย ไปจนถึงแผ่น Carbon-Fibre Plate และ Probar LOC ที่คอยประคองความมั่นคงบริเวณกลางเท้าและอุ้งเท้า สำหรับใครที่ชอบขึ้น Jump Smash หนัก ๆ ชอบลงน้ำหนักส้นเท้า หรือต้องเล่น Session ยาว ๆ แล้วอยากได้พื้นรองเท้าที่ช่วยซับแรงแบบรู้สึกได้เต็มเท้า นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Blade Pro น่าสนใจ ซึ่งไม่ใช่เพราะ “เทคเยอะกว่าแล้วแปลว่าดีกว่า” แต่เป็นเพราะ Li-Ning วางคาแร็กเตอร์ของคู่นี้มาทางสาย Cushion และ Support แบบตรงไปตรงมาตั้งแต่งานดีไซน์ไปจนถึงจังหวะทิ้งน้ำหนักลงเท้า
แจกไอเดียแมตช์ OOTD แบดมินตันปี 2026
ลุคเข้าสนามยุคนี้ลืมภาพเสื้อพิมพ์ลายฉูดฉาดแบบเดิม ๆ ไปได้เลย เพราะ Court Look ปี 2026 คือการบาลานซ์ความคล่องตัวที่ใส่ลงเล่นได้จริง เข้ากับงานดีไซน์ที่ดูมีรสนิยม แค่รู้จักเล่นกับโทนสีและคัตติ้งเสื้อผ้าให้เป็น ลองมาดูฝั่ง Yonex 65Z4 สี Wide White กันก่อน รองเท้าขาวคลีนคู่นี้เอาไปแต่งต่อได้สนุกและกว้างมาก ลองจับคู่กับกางเกงแบดขาสั้นทรงสปอร์ตเหนือเข่า แมตช์เข้ากับเสื้อเจอร์ซีย์คัตติ้งเนี๊ยบ ๆ โทนสีอ่อนสว่างหรือเฉดพาสเทลหม่น แล้วปิดท้ายด้วยถุงเท้าข้อสูงปักโลโก้เรียบ ๆ คุณจะได้ลุคที่ดูสะอาดตา นุ่มนวล แต่ยังคงความสปอร์ตไว้ลงตัว แถมรองเท้าขาวล้วนยังเปิดพื้นที่ให้ไม้แบดหรือกระเป๋าคอร์ทกลายเป็นชิ้นเด่นได้เต็มที่
ส่วนฝั่ง Li-Ning Blade Pro สี White/Black ที่มีเส้นสายสีดำตัดชัดเจน จะเหมาะมากกับคนที่อยากได้ลุคที่ดูเข้มและมีโครงสร้างมากขึ้น ลองหยิบเสื้อออกกำลังกายคอปก หรือเสื้อทรงกึ่งหลวม (Boxy Fit) คุมโทนสีเรียบอย่าง ขาว เทา หรือดำ มาแมตช์คู่กับกางเกงขาสั้นสีพื้น แล้วปล่อยให้ดีไซน์คัลเลอร์บล็อกบนรองเท้าคอยรวบภาพรวมทั้งหมดให้ดูสปอร์ตและมีมิติขึ้น ยิ่งเวลาถ่ายคลิปช่วง Warm-up, จังหวะ Rally หรือช็อตรวมแก๊งหลังเกม ลุคนี้จะดูเท่ กลมกลืน และขึ้นกล้องแบบไม่ต้องประโคมสีเยอะเลย ใครที่มองหาไอเดียแต่ง รองเท้าแบด ให้หลุดออกจากกรอบเดิม ๆ ก็ลองไปต่อยอดสไตล์จากเหล่า #sasomfriends กันดูได้ อย่างไรก็ดี ต่อให้ชุดจะถ่ายรูปขึ้นกล้องขนาดไหน มิติด้าน Fashion ก็ควรจะเป็นตัวตัดสินหลังเรื่อง Fit เสมอ เพราะคงไม่คุ้มแน่ถ้าแต่งตัวสวยเป๊ะ แต่ใส่เล่นจริงแล้วเท้าระบมจนตีก๊วนไม่จบ
เช็กล็อตสินค้าและราคาจริง ก่อนจัดคู่ใหม่
แม้ว่าดีไซน์จะสะดุดตาแค่ไหน แต่ข่าวสำคัญที่คนที่กำลังเล็ง Yonex 65Z4 ควรรู้ไว้อย่างจริงจังก็คือเรื่องของล็อตการผลิต โดยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 ทาง Yonex ได้ออกมาระบุเกี่ยวกับการกลับมาจำหน่าย POWER CUSHION 65 Z หลังจากที่เคยต้องหยุดวางจำหน่ายไปชั่วคราวจากปัญหาด้านคุณภาพ เนื่องจากสินค้าบางล็อตที่ผลิตในช่วงเดือนธันวาคม 2024 ถึงมีนาคม 2025 ถูกพบปัญหาความเสียหายบริเวณผิว Upper หลังผ่านการใช้งานไปได้ประมาณหนึ่งเดือน ซึ่งทางแบรนด์ได้ทำการหาสาเหตุ พร้อมปรับปรุงทั้งตัววัสดุและกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเริ่มทยอยจัดส่งสินค้าล็อตที่ปรับปรุงแล้วกลับเข้าสู่หน้าร้านตั้งแต่ช่วงเมษายน 2026 เป็นต้นมา ข้อมูลตรงนี้ไม่ได้แปลว่าเราต้องหลีกเลี่ยง 65Z4 แต่เป็นการเตือนสติให้เราให้ความสำคัญกับการ “เช็กล็อตสินค้า” มากกว่าการเห็นป้ายราคาดีแล้วรีบกดซื้อทันที
ในขณะเดียวกัน ฝั่ง Li-Ning ประเด็นที่น่าสนุกกว่ากลับเป็นเรื่องการเช็กสีและเปรียบเทียบราคาจริง เพราะจากการสำรวจหน้าค้นหา Badminton Shoes บน แอปสะสม SASOM ณ วันที่ 3 กันยายน 2026 พบว่า Yonex 65Z4 สี Wide White แสดงราคาเริ่มต้นที่ 4,490 บาท ในขณะที่ Li-Ning Blade Pro สี White/Black มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4,109 บาท (และมีราคาขายล่าสุดอยู่ที่ 4,811 บาท) ส่วน Blade Pro สี White อีกรายการ จะอยู่ที่ราว ๆ 4,602 บาท ซึ่งจุดนี้สะท้อนให้เห็นเลยว่า ราคาของรองเท้ารุ่นเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าจะเท่ากันเสมอไปเมื่อปัจจัยเรื่องสี ไซส์ และรายการขายแตกต่างกันไป ดังนั้น คนที่ไม่รีบร้อนจึงค่อนข้างได้เปรียบกว่าจากการเปิดเข้ามาเช็กตัวเลือกบนแพลตฟอร์ม เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ ดีกว่าการจำตัวเลขจากรีวิวเพียงราคาเดียว แล้วค่อยเลือกรองเท้าแบดมินตันคู่ที่ลงล็อกในจังหวะที่คุณพร้อมกดสั่งซื้อจริง
หมายเหตุ: เรื่องราคา, สี, ไซซ์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตาม Listing รายการขาย และช่วงเวลา โดยราคาในบทความอ้างอิงจากแพลตฟอร์ม SASOM ณ วันที่ 3 กันยายน 2026 แนะนำให้ทำการวัดขนาดเท้า เช็ก Size Chart เลือกรุ่นสินค้า และตรวจสอบราคาล่าสุดอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจสั่งซื้อทุกครั้ง
สรุป
เมื่อนำทั้งเรื่องใส่แล้วกระชับเข้ารูปเท้าได้พอดี ฟุตเวิร์ก และ Court Look มาวางรวมกัน Yonex ก็ยังคงแอบได้เปรียบสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเลือกจากทรงเท้าเป็นอันดับแรก เพราะ Yonex 65Z4 มี Fit ให้เลือกแบบละเอียดถึง 4 แบบ และวางตัวเป็นรองเท้าสาย All-around ที่ชัดเจน ดังนั้น คนที่เล่นเกมหลากหลาย สลับบทบาทไปมาระหว่างการเล่นเดี่ยว เล่นคู่ หน้าเน็ต หลังคอร์ท หรือตีก๊วนหลายวันต่อสัปดาห์ จึงมีพื้นที่ในการหาทรงรองเท้าที่เข้ากับรูปเท้าของตัวเองได้มากกว่า หากคำถามคือ รองเท้าแบดมินตันยี่ห้อไหนดี สำหรับคนที่ยังไม่ได้ล็อกตัวเองว่าจะต้องไปทางสาย Speed หรือสาย Cushion แบบสุดทาง เจ้ารองเท้าแบด 65Z4 ถือเป็นตัวเลือกที่เข้าใจง่ายและเซฟกว่า
แต่ถ้ารูปเท้าของคุณเข้ากันได้ดีกับทรง EG2.5 อยู่แล้ว ชื่นชอบสัมผัส Cushion และ Support ที่รู้สึกแน่นชัดเจน หรืออยากได้ รองเท้าแบดมินตัน สี White/Black ที่ให้ลุคสปอร์ตเข้มขึ้นมาอีกระดับ ฝั่ง Li-Ning ก็มีเหตุผลรองรับให้เลือกอย่างเต็มที่เช่นกัน ดังนั้น คำตอบของศึก รองเท้าแบด Li-Ning กับ Yonex ยี่ห้อไหนดี จึงไม่ได้มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวสำหรับทุกคอร์ท เพราะ Yonex 65Z4 เด่นในเรื่องใส่แล้วกระชับเข้ารูปเท้าได้ดี ความเป็น All-around และลุคสีขาวคลีนสะอาดตา ส่วน Li-Ning Blade Pro เด่นในเรื่องการซัพพอร์ตและดีไซน์ขาวดำที่มีคอนทราสต์ชัดเจน รองเท้าคู่ที่ใช่ที่สุดจึงต้องเป็นคู่ที่ลงล็อกเข้ากับทั้งรูปเท้า สไตล์การเล่น และ Court Identity ของตัวผู้สวมใส่เองจริง ๆ

ค้นหารองเท้าแบดมินตันราคาดีที่สุดบน SASOM
ช้อป รองเท้าแบดมินตัน คอลเลกชันใหม่ล่าสุดทั้ง Yonex และ Li-Ning ในไซส์ที่ใช่สำหรับรูปเท้าคุณ พร้อมเช็กสต็อก เปรียบเทียบราคา และการันตีของแท้ผ่านการตรวจเช็กทุกชิ้นก่อนจัดส่งได้แล้ววันนี้ที่ แอปสะสม (SASOM) — ดาวน์โหลดเลยตอนนี้ที่ www.sasom.com
บทความแนะนำ